วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555

คุยกันในยิมจีเอ็มที March 2012

  March 2012


              - ตอนนี้ปิดเทอมกันหมดแล้ว นักเรียนหลายคนขอหยุดกลับไปบ้านต่างจังหวัดหาปู่ย่าตายายกัน บางคนไปแค่อาทิตย์เดียวบางคนไปเกือบเดือนเลย และบางคนก็ไปต่างประเทศเลย ยังไงกลับมาอย่าลืมขอฝากให้เพืือนๆ กับครูด้วยล่ะ   ทำให้นักเรียนเลยไม่ค่่อยได้เจอหน้าเพื่อนๆ ครบทุกคนแต่คิดว่าเดือนหน้าหรือเดือนพฤษภาคม คงจะกลับมาเรียนกันพร้อมหน้าพร้อมตากันทุกคนเหมือนเดิม รวมถึงสมาชิกใหม่ด้วยที่เพิ่งมาสมัครและเริ่มเรียนกัน ยังไงก็ยินดีต้อนรับสู่จีเอ็ม เทควันโด้ครับถ้าตั้งใจและขยันซ้อม รับรองไม่นานเก่งแน่ๆ แต่สำหรับนักเรียนใหม่ช่วงแรกๆ ครูจะปูพื้นฐานในการเคลื่อนไหวร่างกายกับปรับสภาพร่างกายนิดหน่อยก่อนเรียนเพราะว่านักเรียนบางคน ก่อนหน้านี้อาจไม่เคยเรียนเทควันโด้มาก่อนหรืออาจจะไม่เคยไม่เล่นกีฬาอะไรมาก่อนเลย ฉะนั้นจึงต้องมีการปรับพื้นฐานกันก่อน ครูจะไม่เน้นท่าเตะที่สวยงาม แต่จะเน้นความสัมพันธ์ ความสมดุลย์ของร่างกายในการเคลื่อนไหวมากกว่า นักเรียนหรือรวมถึงผู้ปกครองทุกท่านไม่ต้องแปลกใจนะครับที่ผมไม่ได้เน้นสอนท่าเตะตั้งแต่เริ่มเรียนเหมือนที่อื่นทั่วๆไป ท่าเตะยังไงก็ต้องสอนครับแต่ขอปรับพื้นฐานสมดุลย์ของนักเรียนก่อนซักระยะหนึ่ง ก่อนสอนท่าเตะที่จริงจังอีกที




              - ทางยิมจะทำการสอบเลื่อนสายในครั้งต่อไปประมาณเดือนเมษายนนี้ แต่วันใดจะแจ้งให้ทราบอีกทีนึง เพราะว่านักเรียนบางคนยังพร้อมไม่เต็มที่ ต้องให้เวลาเพื่อนๆบ้างจะได้มีเวลาซ้อมมากกว่านี้ เวลาสอบจะได้ทำคะแนะได้ดีๆ นักเรียนคนใดที่ทำได้แล้วก็ให้ซ้อมให้มากๆขึ้นไปอีกเพื่อความแน่นอน ใครท่าเตะยังไม่สวย ใครแพทเทิรน์ยังไม่แข็งแรงก็เน้นซ้อมตรงจุดที่ตัวเองไม่ดีให้มากๆ วันสอบจะได้มั่นใจมากๆ ไม่ประหม่า ตื่นเต้นจนทำผิดทำถูก


              - ส่วนแมตซ์แข่งขันตอนนี้ครูกำลังดูให้อยู่ กำลังหาแมตซ์ที่เหมาะสมกับนักเรียนให้คงไม่เกินเดือนสองเดือนนี้ถ้าทางผู้จัดไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะครับ ยังไงพวกเราก็ขยันซ้อมให้มากๆเอาไว้ก่อนแหละดี จะได้ไม่ตื่นเต้นหรือกลัวว่าจะซ้อมน้อยไป โอกาสได้เหรียญรางวัลก็มีมากตามครับถ้าเราตั้งใจซ้อมและขยันมากๆ
              - ยังไงก็ขอให้นักเรียนโชคดี ทั้งวันสอบเลื่อนสายและวันแข่งขันนะครับ ครูเป็นกำลังใจให้ตลอดเวลา .. อิอิ





วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

คุยกันในยิมจีเอ็มที October 2011


   October 2011
          
                - ผ่านไปแล้วกับการแข่งขันแมทซ์ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดยสถาบันวีซีเอ็ม ถ.ศรีนครินทร์  ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ ทางยิมขอแสดงความยินดีด้วยกับนักกีฬาที่ได้รับเหรียญกลับมา เหรืยญทองได้แก่ โตโต้ และ เม็ดทราย ส่วนเหรียญทองแดงได้แก่ กัปตัน ทั้งหมดทำได้ดี รวมถึง โตน กับ ริซ่าด้วย ที่ได้ไปเข้าร่วมแข่งเพื่อทดสอบจิตใจตัวเองว่ามีความกล้าแค่ไหน แค่กล้าำที่จะเข้าร่วมแข่งครูก็ถือว่าผ่านด่านในการทดสอบตัวเองแล้ว ถึงคราวนี้เราจะยังไม่สามาีรถทำได้ดีที่สุด แต่โอกาสหน้ายังมีขอให้มีความตั้งใจในการฝึกซ้อม ครูเชื่อว่าคราวหน้าต้องทำได้ดีกว่านี้แน่ 


         



จะยืดก็ไม่ยืด จะยิ้มก็ไม่ยิ้มจ๊ะ
- ครูขอชมริซ่านิดนึงในการแข่งที่ผ่านมา ริช่าทำได้ดีมาก ถึงจะมาซ้อมน้อยกว่าคนอื่นเขา แต่สามารถเอาเทคนิคที่ใช้ในการซ้อมไปใช้ในการแข่งได้ดีพอสมควรเลย ไม่ว่าการบล็อกแล้วเตะ หรือการเข้าชนเวลาคู่ต่อสู้บุกเข้ามาเพื่อตัดจังหวะไม่ให้เขาเข้าทำแต้มไ้ด้ เหนือสิ่งอื่นใด ขอบอกใจสู้มากครับ คู่ต่อสู้ตัวใหญ่กว่าตั้งเยอะแต่นักกีฬาเราไม่มีกลัวเลย มองช้างเป็นมด โต้ได้ทุกจังหวะ จนเกือบชนะถ้าไม่เหนื่อยจนทางคู่ต่อสู้ทำแต้มไล่ขึ้นมาจนแซงหน้าไปแต้มนึง หมดเวลาเราจึงพลาดที่จะได้เข้ารอบต่อไปเลย แต่ยังไงก็ถือว่าใช้ได้อย่างดีเลยที่ทำได้ขนาดนั้น ขอให้ริซ่าขยันซ้อมต่อไปและมาซ้อมให้มากขึ้น เชื่อว่าคราวหน้าเหรืยญทองไม่พลาดแน่ๆ

- แมทซ์ต่อไปน่าจะเป็นในเดือนธันวาคมนี้ ก็ขอให้นักกีฬาและนักเรียนคนอื่นที่สนใจจะเข้าแข่งขันแบบเพื่อนๆ บ้าง ให้เตรียมตัวและตั้งใจซ้อมให้มากๆ เพื่อที่เวลาเข้าแข่งขันเราจะได้ไม่เสียเปรียบคู่แข่งขันเพราะว่าซ้อมน้อยไปหรือซ้อมได้ไม่เต็มที่ ตอนนี้เรารู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะแข่งเมื่อไหร่ ก็ขอให้เตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้เลย ขยัน อดทน ให้มากกว่าเดิม และขอให้กล้าที่จะแสดงออกในสิ่งที่ครูให้ทำ มั่นใจในตัวเองให้มากขึ้น แล้วฝีมือจะพัฒนาขึ้นตามมาเอง

- ทางยิมยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาในเดือนนี้ ได้แก่ น้องปาล์ม, ตั้น, น้องพันซ์ และนิ ขอให้ทุกคนรักและช่วยเหลือกันเหมือนพี่น้องนะครับ

- ในโอกาสนี้ต้องขอแสดงความเสียใจกับคุณแม่น้องปลื้มด้วยที่ดวงไม่ดีเลยช่วงนี้ โดนสุนัขกัดที่มือจนต้องเข้าไปนอนโรงพยาบาล ตอนนี้ออกมาแล้ว แต่ต้องรักษาตัวอีกซักพักนึงถึงจะใช้งานแขนได้เป็นปกติ ช่วงนี้เราก็จะไม่ได้เห็นหน้าน้องปลื้มกับคุณแม่ซักเดือนสองเืดือนนะครับ ไม่ต้องแปลกใจที่เห็นหายไป  ยังไงๆ ทางยิมก็ขอให้คุณแม่น้องปลื้มหายไวๆ นะครับ สมาชิกทุกท่านเป็นห่วงและเอาใจช่วยครับ


 

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

คุยกันในยิมจีเอ็มที September 2011

   September 2011
             - ตกลงสรุปกลางเดือนนี้เรามีแมตซ์แข่งกันนะ สำหรับนักกีฬาขอให้เตรียมตัวกันให้พร้อม พยายามอย่าขาดซ้อม เพราะถ้าซ้อมน้อยแล้วไปแข่งผลที่ออกมามันอาจจะไม่ดี แพ้คะแนนยังไม่เท่าไหร่แค่เจ็บใจ แต่เจ็บตัวกลับมานี่สิ เดี๋ยวจะขาดความมั่นใจไป ฉะนั้นขอใ้ห้ขยันซ้อมกันมากๆ หน่อย ตั้งใจกันให้มากขึ้นกว่าปกติหลายๆ เท่าเลยก็จะดี


                - แมตซ์แข่งขันครั้งนี้เป็นของสถาบันวีซีเอ็ม เทควันโด้และดนตรี จัดขึ้นในวันเสาร์ที่17 กันยายน 2554 ณ.สโมสรของหมู่บ้านนันทวัน ถ.ศรีนครินทร์ ใกล้กับทางขึ้นถ.วงแหวน 


                - ขอให้นักกีฬาที่จะแข่ง ส่งเอกสารให้ครบภายในวันอาทิตย์ที่ 11 กย. 54 นี้เพื่อที่ครูจะได้ส่งไปให้ทางผุ้จัดงานได้ตรงตามเวลาที่กำหนด

                - เอกสารที่ต้องเตรียมสามารถอ่านได้ในระเบียบการที่ติดไว้ที่ยิม  โดยคร่าวๆ มีดังนี้ สำหรับมือใหม่มี รูปถ่าย 1 ใบ, สำเนาบัตรสั้นที่ใช้ในการสอบสาย, สำเนาสูจิบัตรหรือบัตรประชาชนถ้าใครทำบัตรแล้ว, สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมค่าแข่งขันคนละ 400 บาท  ส่วนมือเก่าก็จะมี รูปถ่าย 1 ใบ, สำเนาสูจิบัตรหรือบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมค่าแข่งขันคนละ 400 บาท 


                 - ขอให้นักกีฬาจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขันให้เรียบร้อย เราจะชั่งน้ำหนักกันในตอนเช้าของวันที่แข่งเวลา 7.00 - 8.00 น. กรุณาอย่ามาช้าเพราะอาจจะไม่ทันชั่งน.น.จะทำให้ไม่ได้แข่ง และจะไม่ได้ค่าสมัครเข้าแข่งขันคืน                 


                   - เดือนนี้เรามีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีก 4 คน ได้แก่ เต้, พีซ, ตั๊น และน้องปาล์ม ส่วนหน้าตาดูได้จากรูปที่ลงไว้ในหน้าแรกของยิมเลยครับ จะได้รู้จักหน้าตากัน    




                 ทางยิมขอปิดเรียนในวันที่ 17 กันยายน 2554 เป็นเวลา 1 วันเพื่อพานักกีฬาไปแข่งขัน และจะเปิดเรียนปกติในวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2554 เหมือนเดิม ส่วนนักเรียนคนอื่นๆ ที่ไม่ได้แข่งสามารถไปชมและไปเชียร์เพื่อนได้ที่สนามแ่ข่งขันตามที่ได้ประกาศมาครับ



วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554

คุยกันในยิมจีเอ็มที August 2011

  August 2011
         - เดือนนี้สอบสายไปแล้วเมื่อต้นเืดือน ต่อไปก็จะเป็นการซ้อมเพื่อเน้นแข่งขันในแมทซ์ที่จะถึงในเดือนหน้านี้ นักเรียนคงต้องตั้งใจให้มากขึ้นกว่าเดิมเยอะๆ เลยนะ การซ้อมอาจจะหนักขึ้น เข้าคู่สแปริ่งกันมากขึ้นทุกวันที่เรียน และอาจจะต้องมาซ้อมเพิ่มในวันธรรมดาด้วยเหมือนคราวที่แล้ว ขอให้พวกนักกีฬาตั้งใจซ้อมก็แล้วกัน ครูให้เต็มที่อาจจะดุหน่อยก็อย่าใจเสาะก็แล้วกัน นักกีฬาต้องเข้มแข็ง อดทน และต้องมีระเบียบวินัยด้วย

              - รูปตอนที่สอบสายเมื่อต้นเดือนไม่ได้เอามาลงครับ ไม่มีคัยเอามาให้ครูเลย เลยไม่มีรูปลงให้ดู เอาไว้รอรูปตอนไปแข่งแล้วกันนะ ค่อยดูทีเดียวเลย

              - ดีใจที่มัดหมี่กับมินท์กลับมาเรียนอีกครั้ง ยังหุ่นดีเหมือนเดิมเลย รึไม่ก็ดีมากกว่าเดิมนิดนึง ไม่เป็นไรซ้อมซักพักก็โอเคแล้ว ร่างกายจะได้แข็งแรง ไม่ป่วยง่ายๆ ได้ทักษะด้วย

              - ตอนนี้ในยิมเรามีสมาชิกเพิ่มขึ้นหลายคน ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ยังไงๆก็รักกันเข้าไว้นะครับ มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน ไม่แกล้งเพื่อน หรือทะเลาะกัน ครูสอนทุกคนเ่ท่ากันหมด ไม่มีลำเอียง ไม่มีกั๊ก ขอให้ขยันซ้อมตั้งใจก็แล้วกัน

              - ครูทำหน้าสเต็ปต่างๆ ที่ใช้ในการสอบของแต่ละสายเสร็จแล้ว ใครจำไม่ได้ที่สอนไปก็เข้ามาดูเองนะ ดูแล้วจำไม่ได้ก็จดออกไป หรือพิมพ์ออกไปดูก็แล้วกันนะ





วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ประวัติความเป็นมาของเทควันโด้



History of Taekwondo

The earliest records of Martial Arts practice in Korea date back to about 50 B.C. These earliest forms of korean martial arts are known as 'Taek Kyon'. Evidence that Martial Arts were being practiced at that time can be found in tombs where wall-paintings show two men in fighting-stance. Others reject this evidence and say that these men could be simply dancing.
Back then, time there were three kingdoms:
  1. Koguryo (37 B.C. - 668 A.D.)
  2. Paekje (18 B.C. - 600 A.D.)
  3. Silla (57 B.C. - 935 A.D.)
Silla unified the kingdoms after winning the war against Paekje in 660 A.D. and Koguryo in 668 A.D. The Hwa Rang Do played an important role at this unification. The Hwa Rang Do was an elite group of young noble men, devoted to cultivating mind and body and serve the kingdom Silla. The best translation for HwaRang would probably be "flowering youth" (Hwa ="flower", Rang="young man"). The HwaRang Do had an honor-code and practiced various forms of martial arts, including Taekyon and Soo Bakh Do. The old honor-code of the HwaRang is the philosophical background of modern Taekwondo.
What followed was a time of peace and the HwaRang turned from a military organization to a group specialized in poetry and music. It was in 936 A.D. when Wang Kon founded the Koryo dynasty, an abbreviation of Koguryo. The name Korea is derived from Koryo.
During the Koryo Dynasty the sport Soo Bakh Do, which was then used as a military training method, became popular. During the Joseon-dynasty (also known as the Yi-dynasty. 1392 A.D. - 1910 A.D.) this emphasis on military training disappeared. King Taejo, founder of the Joseon-dynasty, replaced Buddhism by Confucianism as the state religion. According to Confucianism, the higher class should study the poets, read poems and and play music. Martial arts was something for the common, or even inferior, man.
Modern-day Taekwondo is influenced by many other Martial Arts. The most important of these arts is Japanese Karate. This is because Japan dominated Korea during 1910 until the end of World War II. During WWII, lots of Korean soldiers were trained in Japan. During this occupation of Korea, the Japanese tried to erase all traces of the Korean culture, including the martial arts. The influence that Japan has given to Taekwondo are the quick, lineair movements, that characterize the various Japanese systems.
After World War II, when Korea became independant, several kwans arose. These kwans were:
  • Chung Do Kwan
  • Moo Duk Kwan
  • Yun Moo Kwan
  • Chang Moo Kwan
  • Oh Do Kwan
  • Ji Do Kwan
  • Chi Do Kwan
  • Song Moo Kwan
The Kwans united in 1955 as Tae Soo Do. In the beginning of 1957, the name Taekwondo was adopted by several Korean martial arts masters, for its similarity to the name Tae Kyon.
General Choi Hong-hi required the army to train Taekwondo, so the very first Taekwondo students were Korean soldiers. The police and air force had to learn Taekwondo as well. At that time, Taekwondo was merely a Korean version of Shotokan Karate. In 1961 the Korean Taekwondo Union arose from the Soo Bakh Do Association and the Tae Soo Do Association. In 1962 the Korean Amateur Sports Association acknowledged the Korean Taekwondo Union and in 1965 the name was changed to Korean Taekwondo Association (K.T.A.). General Choi was president of the K.T.A. at that time and was asked to start the I.T.F. as the international branch of the K.T.A. The southern government was overthrown in 1961. General Choi Hong-hi left for America and established I.T.F. (International Taekwondo Federation) Taekwondo, as a separate entity, two years later.
Demonstrations were given all over the world. It took a while before real progress was made, but eventually, in 1973, the World Taekwondo Federation (W.T.F.) was founded. In 1980, W.T.F. Taekwondo was recognized by the International Olympic Commitee (I.O.C.) and became a demonstration sport at the Olympics in 1988. In the year 2000 taekwondo made its debute as an official olympic sport. There were several attempts to unify I.T.F. and W.T.F. Taekwondo, but unfortunately, these failed.

K.T.A.

In the year 2000 taekwondo made its debute as an official olympic sport.Taken from a post in the
dojang-digest
The Korea Taekwondo Association (KTA) is the National Governing Body (NGB) for Taekwondo in the Republic of Korea (ROK), just like the United States Taekwondo Union (USTU) is the National Governing Body for Taekwondo in the United States of America. The World Taekwondo Federation (WTF) which was formed in 1973, is made up of Taekwondo NGBs. These NGBs are members of the WTF, and not individuals. Individuals may be affiliated to the WTF through their NGB, but individuals cannot join the WTF directly.
Dr. Un Yong Kim became the 5th President of the KTA in 1971. Dr. Kim subsequently became the 1st and only President of the WTF in 1973 and around 1990 he gave up the post of KTA President.
Mr. Choi, Sae-Chang became the 6th KTA President after Dr. Kim stepped down due to his expanded responsibilities in the International Sports community. Mr. Choi was a former four star general in the ROK Army and also held the post of Defense Minister. Mr. Choi was replaced by Mr. Rhee, Pil Gon in 1996.
The KTA is alive and well and probably is the largest, most active NGB for Taekwondo in the world. For more information, you can write to the KTA at the following address:
The Korea Taekwondo Association
#607, Olympic Center
88 Oryoon-dong, Songpa-ku
Seoul, Korea
Telephone: 420-4271
Fax: 420-4274

I.T.F. vs W.T.F.

As mentioned earlier, Gen. Choi established ITF-Taekwondo (which practices a more traditional form of taekwondo) while WTF-Taekwondo (which has a strong emphasis on sparring) became an olympic sport in 2000.
A good-will trip to North-Korea in 1966 caused General Choi to fall in disgrace in the eyes of the South-Koreans. Choi resigned as president of the K.T.A. and founded the I.T.F. on March, the 22nd of that same year. The headquarters of ITF were established in Canada.
ITF started concentrating on the forms developed by General Choi, while the KTA (which later, on May 28, 1973, became the WTF) concentrated on the Palgwe's. Later the WTF abandoned the Palgwe's and started concentrating on Taeguks. Slowly, the WTF emphasis turned to sparring. This is also the reason why a lot of people rather call (WTF) Taekwondo a martial sport than a Martial Art.
The American Taekwondo Association (ATA) is a smaller organization, and has many similarities to the ITF. The ATA has a copyright on the forms of the organization, so these forms cannot be used on competitions by non-members. There are many organizations, but the three mentioned above have the most members.
ITF practices the so-called 'semi-contact' part of Taekwondo, while WTF practices the so-called 'full-contact' part. ITF focuses more on the traditional way of taekwondo. Since the break-up, there have been many attempts to reunite WTF and ITF, so-far without success. There probably will never be a union within Taekwondo.


ประวัติความเป็นมาของเทควันโด
มีการค้นพบประวัติการฝึกฝนวิชาเทควันโดของชาวเกาหลีมานานนับ2000 ปีแล้ว ซึ่งหลังจากที่ประเทศเกาหลีได้รับการประกาศเอกราช เป็นอิสระภาพจากการปกครองของประเทศญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซอง คุก ดี แห่งสำนัก Teakyondo สาธิตศิลปะป้องกันตัว เทควันโดขึ้นต่อหน้าประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ฯพณฯ นาย Syngman Rhee ในโอกาส วันคล้ายวันเกิดของอาจารย์ ซอง คุก ดี ท่านได้แสดงให้เห็นความแตกต่างของวิชาศิลปะการต่อสู้แบบเทควันโด และคาราเต้ ของญี่ปุ่น อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนับว่าเป้นครั้งแรกของ การจุดประกายวิชานี้ ขึ้นมาให้สาธารณชนได้รับรู้


ต่อมาก็ได้มีการเปิดโรงฝึก Gymnasium ของวิชาเทควันโดไปทั่วประเทศ ค.ศ.1950-1953 หลังสงครามเกาหลีวิชา เทควันโดได้รับความ นิยมเป้นอย่างมาก มีการผลิตและส่งผู้เชี่ยวชาญ ครูฝึกสอนวิชาเทควันโด กว่า 2000 คนไปเผยแพร่ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลกลแะมี การเสนอให้วิชาเทควันโด เป็นศิลปะป้องกันตัวประจำชาติเกาหลี ในปี ค.ศ.1971 ตามมาด้วยการก่อตั้งศูนย์เทควันโดแห่งชาติ Kukkiwon ที่กรุงโซลเพื่อเป้นศูนย์กลาง การฝึก,การแข่งขัน,การบริหาร และการเผยแพร่ วิชาเทควันโดตราบจนปัจจุบัน


28 พฤษภาคม 1973 มีการก่อตั้งสหพันธ์เทควันโดสากล (The World Taekwondo Federation หรือ WTF) เพื่อดูแลประเทศ สมาชิกกว่า 108 ประเทศ และปีเดียวกันนี้เอง ก้ได้การเริ่มแข่งขันชิงแชมป์เทควันโดระดับโลกขึ้นและได้จัดแข่งเป็นประจำทุก 2 ปีตลอดมา


เมื่อแรกก่อตั้งมีสมาชิกเพียง 50 ประเทศ แต่ในปัจจุบันมีถึงกว่า 150 ประเทศ ประธานสหพันธ์คนแรก และคนปัจจุบันได้แก่ นาย Un Yong Kim เป้นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการบรรจุกีฬาเทควันโด ไว้ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ในปี ค.ศ.1974และกีฬาโอลิมปิก ปี 2000 ที่ประเทศออสเตรเลีย
ประวัติสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย
เทควันโดในประเทศไทยประเทศไทย เริ่มรู้จักเทควันโดเมื่อประมาณปี พ.ศ.2510 โดยคณะอาจารย์จากประเทศเกาหลีจำนวน 6 ท่าน ที่ได้เข้ามาเผยแพร่ซึ่ง ขณะนั้นอยู่ในระหว่างสงครามเวียดนาม จึงมีการกระจายสอนไปตามฐานทัพทหารสหรัฐอเมริกา เช่น สัตหีบ, ตาคลี , นครราชสีมา, อุดรธานี, อุบลราชธานี และกรุงเทพฯ โดยอาจารย์ Myung Soo Kim เปิดสอนที่สมาคม Y.M.C.A. เมื่อฐานทัพสหรัฐถอนตัวออกจากประเทศไทย อาจารย์ส่วนใหญ่ก็ย้ายออกไปด้วย


กระทั่ง พ.ศ.2516 อาจารย์ ซอง กี ยอง ได้เดินทางมาเปิดสอนเทควันโด ที่ราชกรีฑาสโมสร และในปีพ.ศ.2519 ได้เปิดสำนักเทควันโดขึ้น ที่โรงเรียนศิลปะป้องกันตัวอาภัสสา ถนนเพลินจิต โดยการสนับสนุนของ คุณมัลลิกา ขัมพานนท์ อดีตนายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ผู้ซึ่งเห็นคุณค่าของกีฬาเทควันโด ต่อสุขภาพและสังคมที่ดีขึ้น